ความจริงเรื่องบำนาญรัฐอังกฤษ: ทำไม 35 ปีเท่ากันแต่เงินไม่เท่า?
การทำความเข้าใจเรื่องระบบการออมในวัยเกษียณนั้น เป็นสิ่งที่ น่าสนใจ อย่างยิ่ง เห็นได้ชัดจาก กรณีศึกษาในประเทศอังกฤษ ที่มีการปรับเปลี่ยนระบบอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า บุคคล จะทำงานและจ่ายเงินสมทบมาในระยะเวลาที่ เท่ากันตามกฎระเบียบ ก็ตาม แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏในบัญชีธนาคารกลับสร้างความ ประหลาดใจ ให้กับผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณจำนวนมาก
สมมติเหตุการณ์ ของคู่สามีภรรยาที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต จ่ายเงินประกันสังคม มาคนละ 35 ปีเต็ม เมื่อถึงเวลาตรวจสอบยอดเงินกลับพบว่า ฝ่ายชายได้รับเงินมากกว่าฝ่ายหญิงอย่างมีนัยสำคัญ นี่ไม่ใช่เรื่องของความผิดพลาดในระบบ แต่คือกลไกการคำนวณที่อ้างอิงจากประวัติการทำงานในอดีต
ระบบบำนาญของสหราชอาณาจักรได้รับการ ยกเครื่องใหม่ ในปี 2016 โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง ความโปร่งใส ในการจ่ายเงิน อย่างไรก็ตามกลุ่มคนวัยใกล้เกษียณ กลับต้องพบกับวิธีการคำนวณที่เรียกว่า การประเมินมูลค่าสะสมเริ่มต้น ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบระหว่างสิทธิประโยชน์ในระบบเก่าและระบบใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกต่างของยอดเงิน
ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อยอดบำนาญ:
ในระบบเดิมมีการสะสมบำนาญส่วนเพิ่ม ซึ่งเงินส่วนนี้เรียกว่า Protected Payment เป็นโบนัสสะสมที่ติดตัวมาตั้งแต่ระบบเก่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมสามีที่อาจจะมีรายได้สูงกว่าหรือทำงานเต็มเวลามากกว่า จึงมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณมากกว่า
เรื่องราวของบำนาญอังกฤษเน้นย้ำว่า การออมเงินเพื่อการเกษียณ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนปีที่จ่ายเงินเพียงอย่างเดียว ความมั่นคงทางการเงิน การวางแผนที่ชาญฉลาดในช่วงวัยทำงานจะส่งผลมหาศาลในวัยชรา
อย่างไรก็ตามหลักการพื้นฐานทางการเงินยังคงเหมือนเดิม เราควรนำบทเรียนจากอังกฤษมาประยุกต์ใช้เพื่อ ป้องกันความเสี่ยง ดังนี้:
โดยรวมแล้ว การวางแผนเกษียณ เป็นเรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่เวลาจะหมดลง ความเท่าเทียมบนกระดาษอาจไม่มีอยู่จริงในโลกการเงิน เพราะความมั่นคงที่แท้จริงเริ่มต้นจากการมีความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง
คุณควรหมั่นตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของตัวเอง เพื่อให้ในวันที่เกษียณอายุ คุณจะได้รับผลตอบแทนที่ สร้างอิสรภาพทางการเงินให้กับคุณได้อย่างแท้จริง